เนื้อหาจาก: หนังสือ "สวัสดีกองทุนรวม 2552"
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
ตอนที่ 1 ทำความรู้จักกองทุนรวมกันก่อน
กองทุนรวมคืออะไร
กองทุนรวมคือ เครื่องมือในการลงทุนรูปแบบหนึ่งที่ผู้ลงทุนหลาย ๆ คนนำเงินลงทุนมารวมกัน และมอบหมายให้ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนที่เรียกย่อ ๆ ว่า บลจ. ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนและได้รับอนุญาตในการบริหารจัดการกองทุนรวมจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ทำหน้าที่ในการบริหารจัดการเงินลงทุนก้อนนั้นให้แก่ผู้ลงทุน
บลจ. จะทำหน้าที่ บริหารกองทุนรวมให้เกิดดอกผลโดยนำเงินลงทุนของกองทุนรวมไปลงทุนในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินประเภทต่าง ๆ เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้น เป็นต้น เพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนของกองทุนรวมนั้นด้วย
กระบวนการในการขออนุญาตจัดตั้งกองทุนรวม
· บลจ. ยื่นรายละเอียดของโครงการจัดการกองทุนรวมที่จะขอจัดตั้งต่อ ก.ล.ต. เช่น นโยบายการลงทุน วัตถุประสงค์การลงทุน ค่าธรรมเนียม การจัดการกองทุนรวม เป็นต้น
· เมื่อได้รับอนุญาต บลจ. ก็จะออกและเสนอขาย “หน่วยลงทุนของกองทุนรวม” ให้กับผู้ลงทุน
· บลจ. จำหน่ายหน่วยลงทุนให้ผู้ลงทุนได้เกินกว่า 35 ราย และมูลค่าเงินลงทุนที่ระดมได้เกินกว่า 50 ล้านบาท
· บลจ. นำเงินดังกล่าวมาจดทะเบียนเป็น “กองทุนรวม” กับ ก.ล.ต. ทำให้กองทุนรวมมีฐานะเป็นนิติบุคคลแยกต่างหากจาก บลจ. และ บลจ. ก็จะทำหน้าที่ในการบริหารกองทุนรวมนำเงินไปลงทุนตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป
· การบริหารต้องทำภายใต้กรอบการลงทุนของแต่ละกองทุนรวม ซึ่งได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้วตั้งแต่แรกที่ได้ยื่นรายละเอียดดโครงการไว้กับ ก.ล.ต.
1. “หน่วยลงทุน” คือ หน่วยย่อย ๆ ของกองทุนรวมแต่ละกองทุนที่มีมูลค่าเท่า ๆ กันใช้สำหรับซื้อขาย ผู้ที่ถือหน่วยลงทุนจะเป็นเจ้าของทรัพย์สินในกองทุนรวมร่วมกัน เช่น โครงการกองทุนรวม ก. มูลค่าโครงการ 1,000,000,000 หน่วยลงทุน มูลค่าที่ตราไว้หน่วยลงทุนละ 10 บาท
2. การกำหนดให้กองทุนรวมเป็นนิติบุคคลเพื่อให้ทรัพย์สินของกองทุนรวมแยกต่างหากจากทรัพย์สิน บลจ. ดังนั้น หาก บลจ. ที่บริหารกองทุนรวมอยู่ประสบปัญหาด้านการเงินหรือปิดกิจการไป ทรัพย์สินของกองทุนรวมจะไม่ถูกกระทบ และยังสามารถโอนย้าย ไปอยู่ภายใต้การบริหารของ บลจ. อื่นได้
3. ตราสารทางการเงิน หมายถึง เอกสารที่แสดงสิทธิเรียกร้อง ที่จัดทำขึ้นเพื่อเป็นหลักฐานทางการเงิน ทั้งที่เกี่ยวกับการออมและการลงทุน อาทิเช่น ตราสารทางการเงินที่ให้ผลตอบแทนเป็น “ดอกเบี้ย” หรือ”เงินปันผล” เช่น บัญชีเงินฝากประเภทต่าง ๆ หุ้นกู้ หุ้นทุน เป็นต้น หรือตราสารทางการเงินที่มูลค่าเพิ่มหรือลดได้ เช่น หุ้นทุน หุ้นกู้ เป็นต้น
โปรดติดตามอ่านตอนต่อไปได้ในสัปดาห์หน้าค่ะ.....
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น