คุณวรวรรณ ธาราภูมิ
CEO บลจ. บัวหลวง
7 เมษายน 2555
ลุงมาร์ค ฟาเบอร์ ยังคอยเตือนพวกเรานักลงทุนอยู่เสมอๆ ว่าอนาคตอันน่ากลัวกำลังรออยู่ข้างหน้า
ล่าสุด ลุงบอกว่าความมั่งคั่งของโลกกำลังจะหดหายไปครึ่งหนึ่ง แม้จะไม่รู้ว่าจะเกิดเมื่อไหร่ หากไม่เกิดเงินเฟ้อสุดๆ จากการปั๊มเงินเข้าระบบแล้ว ก็อาจเกิดความรุนแรงในสังคม หรือเกิดสงคราม หรือเกิดการพังครืนของตลาดสินเชื่อก็ได้ !!!!
แง้ ..................
ป้าบ (เสียงไม้พายกระทบหัวเจ้าหนอนน้อย) นี่ แกจะร้องทำไม
เจ็บนะ ป้าใจร้าย
ใช่ เจ็บแน่ๆ เพราะโลกเรากำลังอยู่ในช่วง The Great Correction ที่หลายชาติยังยื้อที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้น เพราะทำใจไม่ได้ เพราะกลัวไม่ได้รับเลือกตั้งกลับเข้าไปบริหารประเทศ
ใช่ เจ็บแน่ๆ เพราะโลกเรากำลังอยู่ในช่วง The Great Correction ที่หลายชาติยังยื้อที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้น เพราะทำใจไม่ได้ เพราะกลัวไม่ได้รับเลือกตั้งกลับเข้าไปบริหารประเทศ
ใช่ เพราะความมั่งคั่งของโลกกำลังจะหดหายไปเพราะเงินเฟ้อ ก็ดูอย่างช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้สิ กำลังเงินที่เอาไปซื้อของมันหดหายไปแค่ไหนแล้ว รู้ตัวกันมั่งหรือเปล่าละไอ้เจ้าหนอนกุด ?
และก็ใช่ เพราะในวันนี้ เงิน 1 ดอลลาร์ มีค่าเพียง 3.8 เซนต์ของเมื่อ 100 ปีก่อน สำหรับเงินบาทนั้น แค่ย้อนไปสมัยเราเด็กๆ เทียบดูว่าข้าวแกงจานละเท่าไหร่ แล้วมาเทียบกับราคาในวันนี้สิ
และก็ใช่ เพราะในวันนี้ เงิน 1 ดอลลาร์ มีค่าเพียง 3.8 เซนต์ของเมื่อ 100 ปีก่อน สำหรับเงินบาทนั้น แค่ย้อนไปสมัยเราเด็กๆ เทียบดูว่าข้าวแกงจานละเท่าไหร่ แล้วมาเทียบกับราคาในวันนี้สิ
เออ ป้าๆ หนอนน้อยว่าลุงมาร์คพูดถูกนะ แต่ผิดไปหน่อย เพราะจากตัวเลขข้างต้น มันหมายความว่าความมั่งคั่งถูกทำลายลงไปมากกว่าครึ่งด้วยซ้ำไป ใช่ไหมล่ะ
เออใช่ แล้วลุงวอร์เรน บัฟเฟต ก็เคยพูดไว้อย่างฟันธงไว้ว่า “สิ่งที่ผู้ลงทุนบอกว่าปลอดภัยที่สุดคือเงินสดนั้น แท้จริงแล้วมันป็นการลงทุนที่เสี่ยงที่สุดตะหากเล้า”
นี่จึงเป็นเหตุให้ป้าแก่ๆ ต้องลดพอร์ตลงทุนในตราสารหนี้ออกเกือบหมดเกลี้ยง !!!
โห ... ป้าอะเหรอ ทำไมซ่าส์ขนาดนั้น
ชั้นไม่รู้ว่าผิดหรือถูก แต่ชั้นไม่ชอบเงินเฟ้อเอามากๆ
อาฮะ ท่าทางป้าน่ะหนังเหนียว ตายยาก กว่าจะตายคงต้องดิ้นถะแหลกแถกเหงือกไปมาด้วยความทรมานไปอีกนาน ถ้าป้าอายุยืนยาว ป้าจะเอาเงินที่ไหนไปใช้พอในการดำรงชีวิต ในการรักษาตัวเอง เพราะค่ารักษาพยาตูม เอ้ย พยาบาล มันมีแต่แพงขึ้นๆ และเป็นสินค้าที่เราต่อรองราคาไม่ได้ ใช่ไหมล่า แล้วหนอนน้อยก็สาบานเลยว่าจะไม่มาดูแลป้าหรอก กลัวปากอ่ะ
เออ ช่างแกสิ ไอ้หนอนปากเน่า เนี่ยะ น้าพอล ครุกแมน ยังออกมาสำทับนะว่ารีพับลิกันคิดผิดอีกแล้ว เพราะเราต้องการเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ไม่ใช่ต่ำลง
จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก ......
เออ ร้องทำไมไอ้หนอนซีด .... เรามองข้ามแนวคิดของน้าพอล ไม่ได้ เพราะเขาพูดถูกมากกว่าผิด
อัตราเงินเฟ้อของอเมริกาที่เคยพุ่งแรงใน 2-3 ปีก่อนจนทำให้บางคนออกมาวิจารณ์ว่านั่นเป็นการเริ่มต้นของจุดจบ ตอนนี้มันกลับต่ำกว่าเป้าหมายของ FED แล้ว
น้าพอลมองว่าเราต้องการเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ไม่ใช่ต่ำลง เนื่องจาก
1. เงินเฟ้อช่วยกัดเซาะมูลค่าหนี้ที่เราแบกไว้มหาศาล เพราะว่าหนี้ที่มีเป็นมูลค่าของดอลลาร์ก่อนหน้า ซึ่งจะถูกจ่ายชำระด้วยมูลค่าของดอลลาร์วันนี้ที่ด้อยลง (คิดได้ไงว้า)
2. เงินเฟ้อ เร่งให้คนใช้จ่ายแทนที่จะกอดเงินสดเอาไว้ เพราะคนเชื่อว่าเงินจะมีค่าด้อยลงในวันพรุ่งนี้
3. อัตราว่างงานยังสูงอยู่มาก FED จึงพลด 1 ใน 2 เป้าหมายหลัก คือทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับปานกลางในช่วงที่การว่างงานยังสูง
4. เงินเฟ้อ เป็นกุญแจสำคัญดอกหนึ่งที่สหรัฐอเมริกาใช้ต่อสู้กับภาวะหนี้ท่วมอย่างได้ผลในช่วง The Great Depresssion และสงครามโลกครั้งที่สอง
จะเห็นด้วยกับน้าพอลหรือเปล่าก็ช่างแก แต่น้าพอลบอกว่าเงินเฟ้อจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่อเมริกาจะใช้ช่วยให้ประเทศออกมาจากปัญหาหนี้มหาศาลที่ตัวเองสร้างขึ้นละ แล้ว FED ก็จะพยายามทำให้เงินเฟ้อเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยไม่มีใครกล้าไล่ลุงเบน เบอร์นานเก้ ประธาน FED ออกด้วย แม้ว่ามันจะทำให้ผู้ออมเงินในเงินฝากและตราสารหนี้กับคนวัยเกษียณเดือดร้อนหนักจากเงินเฟ้อ แต่น้าพอลมองว่ามันจะดีต่อคนที่เหลือทั้งประเทศ
เออ แล้วที่ป้าโม้ว่า น้าพอลถูกมากกว่าผิดน่ะ รอบนี้เขาถูกตรงไหนล่ะป้า
โม้บ้านแกสิ เอ๊า ก็ช่วงแรกของวิกฤติเลห์แมนที่ยังส่งผลมาจนถึงวันนี้น่ะ FED ของลุงเบนเริ่มพิมพ์แบงค์กงเต๊กเข้าระบบเป็นครั้งแรก แล้วเงินเฟ้อมันกระฉูดจนคนร้องกันระงม แต่น้าพอลออกมาบอกว่าไม่ต้องกลัว เพราะเรากำลังอยู่ในช่วงกับดักสภาพคล่อง (Liquidity Trap) หมายถึงแบงค์มีเงินเยอะ แต่ไม่ปล่อยกู้หรือภาคธุรกิจกับคนที่กู้ได้ไม่กล้ากู้เนื่องจากห่วงภาวะเศรษฐกิจในอนาคตจะแย่ จึงเอาเงินต้นทุนถูกๆ นั้นไปเก็งกำไรในสินทรัพย์ต่างๆ ไง ทำให้เงินที่ปั๊มออกมาใหม่นั้นยังไม่ได้ถูกใช้ ตอนนั้นน้าพอลบอกว่าไม่ต้องไปกังวล เพราะมันแค่ชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น
ในช่วงนั้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคำและน้ำมันถึงได้พุ่งกระฉูดไง แต่ถ้ามองโดยรวมแล้วเงินเฟ้อก็ไม่เท่าไหร่ ยังไม่ถึงขั้นสูงแบบไฮเปอร์ ตาพอลเลยทำนายถูกในรอบนี้ แต่ป้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่างน้าพอลกับลุงมาร์ค ในอนาคตใครจะถูกจะผิด วันหนึ่งข้างหน้าเงินเฟ้ออาจกระฉูดจริงๆ จนทำให้ค่าเงินดอลลาร์หดหายไปจนมีค่าเท่ากระดาษเช็ดอึแกก็ได้
อุ้ย หนอนน้อยประหยัดตามที่ป้าสอนนะ ใช้กระดาษทรายเบอร์ศูนย์เช็ดอึ แล้วเอาไปล้างเก็บไว้เซ็ดซ้ำไง
ฮื่อสำหรับวันนี้น้าพอลก็พูดถูกละ แต่ป้าอยู่ข้างลุงมาร์คมากกว่านะ เพราะแก่เหมือนๆ กัน
ใช่ ป้าอ่ะ แก่แล้วแก่เลย
เดี๋ยวพั่ด .... เหม่ .... ไอ้เจ้าเด็กกวนเส้นละประสาท
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น