ค้นหาบล็อกนี้

วันอังคารที่ 10 เมษายน พ.ศ. 2555

ลุงมาร์ค ฟาเบอร์ กับ น้าพอล ครุกแมน ใครจะมองเรื่องเงินเฟ้อผิด

คุณวรวรรณ ธาราภูมิ
 CEO บลจ. บัวหลวง

7 เมษายน 2555


ลุงมาร์ค ฟาเบอร์ ยังคอยเตือนพวกเรานักลงทุนอยู่เสมอๆ ว่าอนาคตอันน่ากลัวกำลังรออยู่ข้างหน้า  

ล่าสุด ลุงบอกว่าความมั่งคั่งของโลกกำลังจะหดหายไปครึ่งหนึ่ง แม้จะไม่รู้ว่าจะเกิดเมื่อไหร่ หากไม่เกิดเงินเฟ้อสุดๆ จากการปั๊มเงินเข้าระบบแล้ว ก็อาจเกิดความรุนแรงในสังคม หรือเกิดสงคราม หรือเกิดการพังครืนของตลาดสินเชื่อก็ได้ !!!!

แง้ ..................  

ป้าบ (เสียงไม้พายกระทบหัวเจ้าหนอนน้อย) นี่ แกจะร้องทำไม

เจ็บนะ ป้าใจร้าย

ใช่ เจ็บแน่ๆ เพราะโลกเรากำลังอยู่ในช่วง
The Great Correction ที่หลายชาติยังยื้อที่จะไม่ให้มันเกิดขึ้น เพราะทำใจไม่ได้ เพราะกลัวไม่ได้รับเลือกตั้งกลับเข้าไปบริหารประเทศ

ใช่  เพราะความมั่งคั่งของโลกกำลังจะหดหายไปเพราะเงินเฟ้อ  ก็ดูอย่างช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้สิ กำลังเงินที่เอาไปซื้อของมันหดหายไปแค่ไหนแล้ว  รู้ตัวกันมั่งหรือเปล่าละไอ้เจ้าหนอนกุด ?

และก็ใช่  เพราะในวันนี้ เงิน 1 ดอลลาร์ มีค่าเพียง 3.8 เซนต์ของเมื่อ 100 ปีก่อน  สำหรับเงินบาทนั้น แค่ย้อนไปสมัยเราเด็กๆ เทียบดูว่าข้าวแกงจานละเท่าไหร่ แล้วมาเทียบกับราคาในวันนี้สิ

เออ ป้าๆ  หนอนน้อยว่าลุงมาร์คพูดถูกนะ แต่ผิดไปหน่อย เพราะจากตัวเลขข้างต้น มันหมายความว่าความมั่งคั่งถูกทำลายลงไปมากกว่าครึ่งด้วยซ้ำไป ใช่ไหมล่ะ
 
เออใช่  แล้วลุงวอร์เรน บัฟเฟต ก็เคยพูดไว้อย่างฟันธงไว้ว่า สิ่งที่ผู้ลงทุนบอกว่าปลอดภัยที่สุดคือเงินสดนั้น แท้จริงแล้วมันป็นการลงทุนที่เสี่ยงที่สุดตะหากเล้า

นี่จึงเป็นเหตุให้ป้าแก่ๆ ต้องลดพอร์ตลงทุนในตราสารหนี้ออกเกือบหมดเกลี้ยง !!!

โห ... ป้าอะเหรอ  ทำไมซ่าส์ขนาดนั้น

ชั้นไม่รู้ว่าผิดหรือถูก แต่ชั้นไม่ชอบเงินเฟ้อเอามากๆ

อาฮะ ท่าทางป้าน่ะหนังเหนียว ตายยาก กว่าจะตายคงต้องดิ้นถะแหลกแถกเหงือกไปมาด้วยความทรมานไปอีกนาน ถ้าป้าอายุยืนยาว ป้าจะเอาเงินที่ไหนไปใช้พอในการดำรงชีวิต ในการรักษาตัวเอง เพราะค่ารักษาพยาตูม เอ้ย พยาบาล มันมีแต่แพงขึ้นๆ  และเป็นสินค้าที่เราต่อรองราคาไม่ได้ ใช่ไหมล่า แล้วหนอนน้อยก็สาบานเลยว่าจะไม่มาดูแลป้าหรอก กลัวปากอ่ะ

เออ ช่างแกสิ ไอ้หนอนปากเน่า เนี่ยะ น้าพอล ครุกแมน ยังออกมาสำทับนะว่ารีพับลิกันคิดผิดอีกแล้ว เพราะเราต้องการเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ไม่ใช่ต่ำลง

จ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก ......

เออ ร้องทำไมไอ้หนอนซีด .... เรามองข้ามแนวคิดของน้าพอล ไม่ได้ เพราะเขาพูดถูกมากกว่าผิด

อัตราเงินเฟ้อของอเมริกาที่เคยพุ่งแรงใน 2-3 ปีก่อนจนทำให้บางคนออกมาวิจารณ์ว่านั่นเป็นการเริ่มต้นของจุดจบ  ตอนนี้มันกลับต่ำกว่าเป้าหมายของ FED แล้ว

น้าพอลมองว่าเราต้องการเงินเฟ้อที่สูงขึ้น ไม่ใช่ต่ำลง เนื่องจาก

1. เงินเฟ้อช่วยกัดเซาะมูลค่าหนี้ที่เราแบกไว้มหาศาล เพราะว่าหนี้ที่มีเป็นมูลค่าของดอลลาร์ก่อนหน้า ซึ่งจะถูกจ่ายชำระด้วยมูลค่าของดอลลาร์วันนี้ที่ด้อยลง (คิดได้ไงว้า)

2. เงินเฟ้อ เร่งให้คนใช้จ่ายแทนที่จะกอดเงินสดเอาไว้ เพราะคนเชื่อว่าเงินจะมีค่าด้อยลงในวันพรุ่งนี้

3. อัตราว่างงานยังสูงอยู่มาก FED จึงพลด 1 ใน 2 เป้าหมายหลัก คือทำให้เงินเฟ้ออยู่ในระดับปานกลางในช่วงที่การว่างงานยังสูง

4. เงินเฟ้อ เป็นกุญแจสำคัญดอกหนึ่งที่สหรัฐอเมริกาใช้ต่อสู้กับภาวะหนี้ท่วมอย่างได้ผลในช่วง The Great Depresssion และสงครามโลกครั้งที่สอง

จะเห็นด้วยกับน้าพอลหรือเปล่าก็ช่างแก แต่น้าพอลบอกว่าเงินเฟ้อจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่อเมริกาจะใช้ช่วยให้ประเทศออกมาจากปัญหาหนี้มหาศาลที่ตัวเองสร้างขึ้นละ แล้ว FED ก็จะพยายามทำให้เงินเฟ้อเกิดขึ้นอย่างเงียบๆ โดยไม่มีใครกล้าไล่ลุงเบน เบอร์นานเก้ ประธาน FED ออกด้วย แม้ว่ามันจะทำให้ผู้ออมเงินในเงินฝากและตราสารหนี้กับคนวัยเกษียณเดือดร้อนหนักจากเงินเฟ้อ แต่น้าพอลมองว่ามันจะดีต่อคนที่เหลือทั้งประเทศ

เออ  แล้วที่ป้าโม้ว่า น้าพอลถูกมากกว่าผิดน่ะ รอบนี้เขาถูกตรงไหนล่ะป้า

โม้บ้านแกสิ เอ๊า ก็ช่วงแรกของวิกฤติเลห์แมนที่ยังส่งผลมาจนถึงวันนี้น่ะ FED ของลุงเบนเริ่มพิมพ์แบงค์กงเต๊กเข้าระบบเป็นครั้งแรก แล้วเงินเฟ้อมันกระฉูดจนคนร้องกันระงม แต่น้าพอลออกมาบอกว่าไม่ต้องกลัว เพราะเรากำลังอยู่ในช่วงกับดักสภาพคล่อง (Liquidity Trap) หมายถึงแบงค์มีเงินเยอะ แต่ไม่ปล่อยกู้หรือภาคธุรกิจกับคนที่กู้ได้ไม่กล้ากู้เนื่องจากห่วงภาวะเศรษฐกิจในอนาคตจะแย่ จึงเอาเงินต้นทุนถูกๆ นั้นไปเก็งกำไรในสินทรัพย์ต่างๆ ไง  ทำให้เงินที่ปั๊มออกมาใหม่นั้นยังไม่ได้ถูกใช้  ตอนนั้นน้าพอลบอกว่าไม่ต้องไปกังวล เพราะมันแค่ชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น

ในช่วงนั้น ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะทองคำและน้ำมันถึงได้พุ่งกระฉูดไง แต่ถ้ามองโดยรวมแล้วเงินเฟ้อก็ไม่เท่าไหร่ ยังไม่ถึงขั้นสูงแบบไฮเปอร์  ตาพอลเลยทำนายถูกในรอบนี้ แต่ป้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าระหว่างน้าพอลกับลุงมาร์ค ในอนาคตใครจะถูกจะผิด  วันหนึ่งข้างหน้าเงินเฟ้ออาจกระฉูดจริงๆ จนทำให้ค่าเงินดอลลาร์หดหายไปจนมีค่าเท่ากระดาษเช็ดอึแกก็ได้

อุ้ย  หนอนน้อยประหยัดตามที่ป้าสอนนะ  ใช้กระดาษทรายเบอร์ศูนย์เช็ดอึ แล้วเอาไปล้างเก็บไว้เซ็ดซ้ำไง  

ฮื่อสำหรับวันนี้น้าพอลก็พูดถูกละ แต่ป้าอยู่ข้างลุงมาร์คมากกว่านะ  เพราะแก่เหมือนๆ กัน

ใช่ ป้าอ่ะ แก่แล้วแก่เลย

เดี๋ยวพั่ด .... เหม่ .... ไอ้เจ้าเด็กกวนเส้นละประสาท

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น