ค้นหาบล็อกนี้

วันอังคารที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2555

คำแนะนำการลงทุนตลอดปี 2555 ตอนที่ 3 (ตอนจบ)


คุณวรวรรณ ธาราภูมิ
CEO บลจ. บัวหลวง

9 มกราคม 2555


คำถามที่เข้ามาบ่อยๆ คือ ประเทศไทย จะเป็นยังไงปีนี้

เอากำปั้นทุบดินตอบก็คือ ก็ยังทะเลาะกันไม่หยุดในหลายส่วนแบบเดิมแหละ เพราะมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของ DNA ของพวกเราไปแล้วละมั้ง  วันไหนขาประจำตื่นมาไม่ได้ด่าใครน่าจะเกิดอาการท้องอืดไปตามๆ กัน

ทำใจให้ชินกับสิ่งแวดล้อมท่วมน้ำลายที่ไม่ฟังเหตุผลกัน และเอาแต่ดึงดันตามใจตนซะ  มันไม่หายไปจากบ้านเราง่ายๆ หรอก

ส่วนจะน้ำท่วม แผ่นดินจะไหว ตึกจะถล่ม ไฟจะไหม้ ระเบิดจะผุด คนจะตีกันไปจนตายหมดแผ่นดิน รัฐธรรมนูญจะโดนแก้ อำนาจจะโดนยึด รัฐบาลจะโดนล้ม  โลกจะล้อมประเทศ กองทัพจะโดนบอนไซ หรืออะไรก็แล้วแต่ เราควรปล่อยให้น้องปลาบู่กับกูรูโหราศาสตร์ว่ากันไป เพราะมันยังคาดเดาไม่ได้สำหรับเรา เราจะดูแค่การลงทุนไปก่อน

ป้าๆ หยุดบ่นแล้วเข้าเรื่องสักทีสิ

เออ ลืมตัวอ่ะ ขอบใจนะที่เตือน เอ้า มาสรุปสั้นๆ เรื่องเมืองไทยละ

ไทยจะฟื้นตัวแบบ V Shape ในปีนี้หากเทียบกับปีที่แล้ว เพราะปีที่แล้วอัตราการเติบโตของ GDP มีฐานต่ำ  และจะเติบโตสูงสุดในไตรมาส 4  ปีนี้ ด้วยแรงส่งของการใช้งบประมาณฟื้นฟูประเทศจากน้ำท่วม และงบประมาณผลักดันโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งผลักดันการเติบโตจากภายในประเทศด้วย ทักษิโนมิคโมเดล อย่างที่เคยประสบความสำเร็จในปี 2003  โดยบริษัทจดทะเบียนไทยในปีนี้น่าจะมีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งหนึ่ง ต่อเนื่องจากปีก่อน แม้ประเทศจะกระทบจากน้ำท่วมและปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปก็ตาม ซึ่งจะได้แรงส่งจากการกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐ การลดภาษีนิติบุคคลจาก 30% เหลือ 23% ฯลฯ และสิ่งที่เราจะพบเห็นมากขึ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศก็คือการรวมกิจการกันเพื่อความแข็งแกร่งและอยู่รอด การรวมกันจะทำให้ผลกำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้น  ซึ่งรวมถึงภาคธุรกิจหลักทรัพย์

อ้าว ป้าพูดงี้แสดงว่าชอบ ทักษิโนมิคส์ อะดิ

ปั้ดโธ่ เจ้าหนอนน้อย การมองภาพที่กระจ่างที่สุด จะต้องไม่สนใจเชียร์ฝ่ายไหนนะยะหล่อน เพราะเงินไม่เคยเลือกข้างทางการเมือง 

เนี่ยะ เราน่ะรู้จักประชาคมอาเซียนป่ะ

รู้ๆ ก็ที่ลุงแขกดำ เอ้ย ลุงสุรินทร์ พิศสุวรรณ เป็นประธานเก่านั่นใช่ไหม

เออๆ  อะไรประมาณนั้นน่ะ ประชาคมอาเซียน ในปีนี้จะค่อยๆ เดินไปสูความเป็นรูปธรรมและทวีความสำคัญขึ้น ที่จริงแล้วประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกไปยังอาเซียนมากกว่าที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ และจีนรวมกันอยู่แล้วด้วยซ้ำ เราจึงมีโอกาสที่การค้าในกลุ่มอาเซียนที่จะทวีขึ้นนั้นส่งประโยชน์กับประเทศไทยอีกมาก โดยอาจจะเกิดพื้นที่สำคัญในหัวเมืองชายแดนสำหรับเป็นจุดทำการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน

โห .. เพิ่งรู้นะป้า ว่าเราส่งออกให้เพื่อนบ้านเรามากกว่าสหรัฐกับจีนรวมกันเสียอีก

เออ หน้าตาฉลาดๆ อย่างนี้ ไม่รู้ก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่หรอก

ป้าๆ  อย่างนี้ถ้าจีนได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจภายนอกกับฟองสบู่ภายใน  อาเซียนก็ยังไปไปไหวใช่ไหม

ใช่แล้ว เราจึงควรเน้นที่ภูมิภาคนี้เป็นสำคัญ แต่มองว่าอุปสรรคในจีนยังอยู่ในช่วงต้นๆ ซึ่งท้าทายความสามารถของรัฐบาลปักกิ่งไม่น้อยว่าจะ เอาอยู่ ได้ไหม

เอาอยู่ เนี่ยนะ น่ากลัวอ้ะ

เออๆ  มันติดปาก ก็ชอบคำนี้นี่นา ทีนี้ส่วนสำคัญที่จะทำให้ประชาคมอาเซียนรุ่งเรืองคือต้องมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน กันละ ดังนั้น ในทศวรรษนี้จึงน่าจะมีการลงทุนในโครงการที่เกี่ยวกับการก่อสร้างจุดคมนาคมเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านอีกมากเลย อย่างเช่น ทางรถไฟ ถนน ท่าเรือ และโทรคมนาคม เนี่ยะ แล้วรู้ไหมล่ะว่าบริษัทไทยหลายแห่งที่มีความชำนาญและช่องทางทำธุรกิจกับพม่าอยู่แล้ว จะเป็นหัวจักรการลงทุนในพม่าอีกด้วยนะ

อ๋อ ... เข้าใจละป้า ...  ไทยจะได้ประโยชน์จากประชาคมอาเซียนในอนาคตได้ขนาดไหน มันก็ขึ้นอยู่กับนโยบายและกลยุทธ์ของรัฐที่จะช่วยผลักดันกันใช่ไหม  แต่เท่าที่ดูความพร้อมของบริษัทเอกชนทั่วๆ ไป ยกเว้นบริษัทใหญ่มากๆ แล้ว น่าจะยังไม่พร้อมเอาเสียเลย ไม่รู้จักด้วยซ้ำ แล้วคนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไม่รู้เรื่องอยู่ดี

ใช่แล้วเจ้าหนอนน้อย ... ก็แค่บทความเกี่ยวกับเรื่องอาเซียนที่ลง นสพ. กันโครมๆ นั้น สงสัยจริงๆ ว่ามีคนอ่านกันสักกี่คน ทั้งๆ ที่มันมีประโยชน์มาก

หนอนน้อยก็ไม่เคยอ่านเหมือนกันแหละ  ป้าอย่าด่ากันนะ

เออๆ  ขี้เกียจด่าแล้ว  ด่าแล้วเจ็บนิ้ว

ไรว้า ด่าแล้วเจ็บนิ้ว เกิดมาไม่เคยเจอ

เอ๊า .. ก็คนทันสมัยเขาเป็นนักรบจิ้มแป้นกันไม่ใช่เหรอ เวลารบกันเขาก็ด่ากันผ่านแป้นพิมพ์ไง ด่ามากเลยเจ็บนิ้วมากไง  ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

แล้วอัตราดอกเบี้ยละ จะขึ้นหรือจะลง

ถามทำไมล่ะ

ไม่รู้ มันดูเท่ ก็เลยถามอ่ะ

เออ เท่ ก็ เท่  เจ้าหนอนเน่า ... ตอนนี้น่ะ ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อมันทุเลาไปมากแล้ว โอกาสที่อัตราดอกเบี้ยในประเทศจะเป็น "ขาลง" ต่อไปสักพักก็เลยมีเพราะเขาคงต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย 

เย้ยยยย .... หนอนน้อย ไม่ใช่ หนอนเน่า นะป้า ...  อย่างนี้ช่วงครึ่งแรกของปี ถ้าหนอนน้อย เอาเงินที่ต้องใช้ลงทะเบียนเรียนกลางปีไปลงทุนในกองทุนพันธบัตรระยะยาว หรือฝากเงินระยะยาว มันน่าจะดีใช่ไหม เพราะได้ล็อคอัตราดอกเบี้ยที่ยังสูงเอาไว้ก่อน

เออ ฉลาดขึ้นละ สินทรัพย์เสี่ยงทุกประเภท จะคงความผันผวนสูง เพราะเศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะถดถอยได้อีกจนกว่าปัญหายุโรปจะคลี่คลาย หากไม่ใช่เงินยาวๆ แล้วอย่าไปยุ่งกับความเสี่ยง เงินลงทะเบียนเรียนมันช่วงสั้นแค่ 6 เดือนเอง อยู่กับอะไรที่ปลอดภัยกว่าก็ดีแล้ว  


ครับๆ ความเสี่ยงที่ยังมีในโลก เราจะจัดการยังไงละป้า

ไม่มีอะไรดีไปกว่าการประเมินเป็นเรื่องๆ แล้วเตรียมแผนรับมือล่วงหน้าว่าหากเกิดแล้ว เราจะทำอะไรกับพอร์ตลงทุน  ไม่ว่าจะเรื่องไฟไหม้ น้ำท่วม ยูโรแตก สงครามยิว-อาหรับ อิหร่าน-สหรัฐ หรือฆ่ากันตายในประเทศ-นอกประเทศ  อุกกาบาตตกลงบนหัว โอ้ย .. สาระพัด

เอ๊า .. อุกกาบาตจะตกลงมาบนหัวใครอ่ะ

หัวแกไง เจ้าหนอนเน่า ให้เตรียมตัว เตรียมใจ แต่ต้องไม่ลืมกฏที่ว่า ความเสี่ยงมันมีทุกวัน เราไม่รู้หรอกว่า  ตลาดจะเป็นอย่างไร แต่เรารู้อยู่แล้วว่าการลงทุนระยะยาวมันต้องผ่านวงจรที่มีทั้งขาขึ้นและขาลง   การสนองตอบแบบดีสุดขั้ว หรือมั่วสุดขีด จึงทำร้ายพอร์ตลงทุนของเราได้

ป้าๆ จะเล่นกายกรรมเหรอ ขาขึ้น ขาลง อั๊พแอ่นด๋าว น่ะ

เย้ย .... ชั้นจะได้เล่าจบก่อนฆาตกรรมเด็กไหมนี่ 
ป้าอ่ะ หนอนน้อยจะบวชเณร หน้าร้อนนี้แล้วนะ

เออๆ บวชแล้วไง

ก็ฆ่าแมวตัวก็เหมือนฆ่าเณรองค์นึงนะป้า

เกี่ยวไรกะแมวว้า ... แต่ก็นั่นแหละ งั้นชั้นฆ่าเณรองค์นึง ก็เท่ากับฆ่าแมวตัวนึงเองไง

โห ..... โหดที่สุด

เอ้า เจ้าหนอนบูด จำไว้นะว่า กุญแจของความสำเร็จในการลงทุนอยู่ที่การจัดสรรเงินลงทุนของเราไปในสินทรัพย์ต่างๆ ที่ทำให้เราหัวถึงหมอนนอนหลับสบาย เพราะเรามั่นใจว่าสัดส่วนการลงทุนแบบนั้นจะนำพาเราผ่านพ้นวิกฤติทางเศรษฐกิจหรืออะไรอื่น ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ ในขณะที่จะทำให้เรายิ้มได้เมื่อตลาดขึ้นในรอบต่อไป

ค้าบ จำแล้วค้าบ ...







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น