วรวรรณ ธาราภูมิ
CEO บลจ. บัวหลวง
30 ตุลาคม 2554
(สรุปมาจากบทความในกรุงเทพธุรกิจ)
1. บ้านจมน้ำ รถพัง ทำยังไง
เครดิตบูโร เขาแนะนำให้สำรวจดูสินทรัพย์ที่ได้รับความเสียหายว่ามีอะไรบ้าง โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่เป็นบ้าน รถ มอเตอร์ไซค์
ถ้าบ้านเสียหาย ให้ถ่ายรูปบ้านไว้โดยในรูปต้องเห็นบ้านเลขที่ด้วย เพราะแบงค์ปล่อยสินเชื่อโดยระบุเป็นบ้านเลขที่ ถ้ามีรถเสียหายก็ถ่ายรูปให้เห็นทะเบียนรถ จะได้นำไปให้แบงค์และประกัน
ถ้าถ่ายรูปไม่ทัน เพราะบ้านเลขที่กับทะเบียนจมน้ำไปแล้ว ค่อยว่ากันหลังน้ำลด
และสำหรับคนที่ยังมีภาระสินเชื่อ เครดิตบูโร แนะนำให้ทุกคนที่มีบัญชีสินเชื่อต่างๆ กับแบงค์รีบโทรไป Call Center ของแบงค์ด่วนที่สุดเพื่อแจ้งว่า...
“ข้าพเจ้า ชื่อ .........นามสกุล........เป็นลูกค้าของแบงค์.......ขอให้ Call Center บันทึกเสียงการสนทนาไว้เป็นหลักฐานว่าข้าพเจ้าไม่มีเจตนาจะผิดนัดชำระหนี้ช้า แต่เนื่องจากทางบ้านประสบอุทกภัยน้ำท่วม อาจทำให้การชำระหนี้ล่าช้าไปในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ไว้น้ำลดลงสู่ระดับปกติ ข้าพเจ้าจะรีบติดต่อเพื่อดำเนินการต่างๆ ที่คั่งค้างไว้โดยเร็วที่สุด”
“ข้าพเจ้า ชื่อ .........นามสกุล........เป็นลูกค้าของแบงค์.......ขอให้ Call Center บันทึกเสียงการสนทนาไว้เป็นหลักฐานว่าข้าพเจ้าไม่มีเจตนาจะผิดนัดชำระหนี้ช้า แต่เนื่องจากทางบ้านประสบอุทกภัยน้ำท่วม อาจทำให้การชำระหนี้ล่าช้าไปในช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ไว้น้ำลดลงสู่ระดับปกติ ข้าพเจ้าจะรีบติดต่อเพื่อดำเนินการต่างๆ ที่คั่งค้างไว้โดยเร็วที่สุด”
ที่เครดิตบูโรเขาแนะนำอย่างนี้ เพราะว่าการที่ลูกค้าแจ้งให้แบงค์ทราบก่อน จะแสดงว่าไม่มีเจตนาที่จะผิดนัดชำระหนี้ สถานะการก็ของเราจะเข้าไปอยู่ในโปรแกรมพักหนี้ของแบงค์ ซึ่งแบงค์จะแปลว่าลูกค้ายังไม่ได้เป็นคนผิดนัดชำระหนี้
นอกจากนี้ ให้ไปขอ “ตรวจสอบข้อมูลเครดิต” ของตัวเองจากเครดิตบูโรโดยตรง ซึ่งในเขตพื้นที่กรุงเทพให้ไปที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ศาลาแดง จะได้รับข้อมูลกลับไปในทันที หรือไปติดต่อขอ “ข้อมูลเครดิต” ได้ที่แบงค์ กรุงไทย และธนชาต ทุกสาขา โดยไปยื่นแบบคำขอ ระบุที่อยู่ที่จะให้ส่งข้อมูลไปให้ เราจะได้รับข้อมูลเครดิตที่ระบุสินเชื่อทุกประเภทของเรา ณ วันที่ 30 ก.ย. 2554 ซึ่งจะแสดงฐานะการชำระหนี้และข้อมูลเครดิตล่าสุดก่อนน้ำท่วมของเรา
เมื่อน้ำท่วมคลี่คลายแล้วก็ให้นำหลักฐานรูปถ่ายความเสียหายที่เกิดไปติดต่อกับแบงค์เจ้าหนี้เราโดย เร็วที่สุด เพื่อขอเข้าโครงการและรับความช่วยเหลือต่อไป และรีบติดต่อขอเคลมประกันทันทีเพื่อจะได้รู้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น ประกันจะจ่ายชดเชยให้เท่าไร แล้วเราต้องจ่ายเองเท่าไร เราจะได้เตรียมวางแผนการเงินได้ถูกต้องใกล้เคียงที่สุด
2. ต้องใช้เงินบูรณะหลังน้ำลด
ใครที่ยังไม่เชื่อเรื่องที่ต้องมีเงินสำรองฉุกเฉินไว้จำนวนหนึ่งซึ่งต้องแปลงเป็นเงินสดได้ง่าย ก็คงต้องเชื่อกันแล้ว เพราะเหตุการณ์อันไม่คาดคิดเกิดขึ้นได้เสมอ และเราต้องใช้เงินเพื่อฟื้นฟูที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ ของเราที่เจอปัญหาน้ำท่วม
ซึ่งหากส่วนที่เราสำรองไว้ไม่พอ เราก็ต้องขายสินทรัพย์ที่เราลงทุนออกไปบ้าง ยังไม่ตายหาใหม่ได้เสมอ อย่าไปร้องห่มร้องไห้เสียดายเลย โอกาสจะกลับมาลงทุนใหม่มันมีได้ตลอด เอาชีวิตให้รอดก่อน แล้วมาแก้ไขฟื้นฟูให้กลับมายืนใหม่ได้อีกครั้ง เมื่อยืนได้ดีแล้วเราค่อยสะสมใหม่ ลงทุนกันใหม่ ทั้งนี้ ขอแนะนำให้พิจารณาแพคเกจฟื้นฟูของธนาคารต่างๆ ที่จะทยอยออกมาช่วยเราด้วย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น