วรวรรณ ธาราภูมิ
CEO บลจ. บัวหลวง
30 ตุลาคม 2554
ช่วงนี้นักลงทุนยังสติแตกกับน้ำท่วม ก็เลยยังไม่ได้เขียนอะไรเรื่องการลงทุน เพราะเราเองก็สติแตกด้วย เนื่องจากน้องสาวจอมงกยังใช้กรรมวิธี Dollar Cost Average ในการทยอยซื้อของกิน ของใช้ทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็นเข้าบ้านอย่างสม่ำเสมอ
เดินไปทางไหน ก็จะชนของที่มันซื้อนั่นแหละ ยังกะพม่าจะมาล้อมกรุงสัก 3 เดือนยังไงยังงั้น เอโปร-รสตับ ก็ยังอยู่ ยังคงอีกนานกว่าจะได้ใช้
คุณ Suranart ยอดนักลงทุนหุ้นของเรา ก็ยังเมามันในการต่อสู้กับไอ้เข้อยู่ใกล้ท่าน้ำเมืองนนท์ น่าสงสารจริงๆ อุตส่าห์ให้สินบนปลาสวายว่าอย่าท่วมๆ นะ แต่ปลาสมัยนี้มันเนรคุณ
ก็ดีไปอย่างที่สมาธิคนไปอยู่กับน้ำ กับด่ารัฐบาล ด่าฝ่ายค้าน ด่ามันหมดแหละ แต่ไม่ด่าตัวเอง 5555+
วันนี้ คนทำใจได้แล้ว ไม่ว่าจะท่วมหรือไม่ท่วม ท่วมแค่ไหน หยุดต่อหรือไม่ คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรู้สึกอะไรกับข่าวแล้ว มีแต่บ่นว่าเมื่อไหร่บ้านชั้นจะท่วมให้มันรู้แล้วรู้แรดไปสักทีว้า รู้สึกแปลกแยกและมีปมด้อยยังไงไม่รู้
คาดว่าพอฝุ่นเริ่มจาง ซากหมาเน่าลอยน้ำเริ่มไปไกลห่าง เดี๋ยวก็จะถามกันระงมว่าหุ้นจะเป็นยังไง
จะตอบได้ก็ต้องมองภาพกว้างทางเศรษฐกิจ
อูย ..... ดูไม่จืดเลยละ เพราะทุกสำนักทั้งไทย ทั้งเทศ ทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ ต่างออกมาฟันธงกันชั้วะช้ะ ว่า “หดจู๋” (อย่าอ่านสลับตำแหน่งกัน)
แต่รู้ไหม ความที่เราอยู่ในเหตุการณ์เหมือนนักมวยที่กำลังตะลุมบอนในเกมส์ เราก็เห็นภาพไม่สวย หาทางออกไม่ได้
แต่มาดูคนนอกสังเวียนที่กำเงินสดในมือ และไม่รีบร้อนซื้อกันบ้าง
เราพบว่าขณะนี้ ผู้จัดการกองทุนต่างประเทศ กำลัง Bullish ประเทศไทย และช่วงที่ผ่านมาที่หุ้นไทยน่าจะตกรูดต่อเนื่องจนออกอ่าวไทยไปนั้น มันกลับตรงกันข้าม เพราะทั้งขึ้น และทั้งมี Net Buy จากต่างชาติ
หรือว่าฝรั่งจะชอบว่ายน้ำ ?
ไม่ช้ายยยย ......
เพราะจากการไปพบปะแลกเปลี่ยนมุมมองกับผู้จัดการกองทุนสัญชาติอเมริกันเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน พบว่าพวกเขาให้ความสนใจจะลงทุนในประเทศไทยพุ่งขึ้นสูงมาก มากกว่าที่เคยเห็นในหลายๆ ปีที่ผ่านมา
โดยที่พอร์ตลงทุนปัจจุบันของพวกเขามีหุ้นไทยน้อยกว่าค่าเฉลี่ย เรียกว่า Underweight Thailand มาก แต่ตอนนี้เขากำลังต้องการซื้อ
ผู้จัดการกองทุนฝั่งยุโรปก็เช่นกัน
บ้าป่าว จะจมน้ำตายยกเข่งกันอยู่รอมมะร่อ ยังจะมาซื้อ
อะ อะ อย่าเพิ่งคิดตื้นๆ สิ จำได้ไหม ที่เคยบอกเสมอๆ ว่าโอกาสมีทุกเมื่อ ขอให้มีเงินสดเถอะ
แปลกอ่ะ ทำไมเขาถึงอยากซื้อล่ะ
ก็ข่าวภัยพิบัติจากน้ำท่วมที่แพร่กระจายไปทั่วโลกอย่างน่าตื่นเต้น กลายเป็นชนวนพาให้คนเหล่านี้มองมาที่ประเทศไทยไงล่ะ
ข่าวที่ห่วงโซ่การผลิตของโลกถูกทำลายเพราะน้ำท่วมในไทย ทำให้พวกเขาตระหนักทันทีว่าประเทศไทยที่ใครๆ ก็ลืมนี้ มีดีและสำคัญต่อทั้งโลกมากกว่าที่เขาเคยคิด
ก็ขนาด แอปเปิ้ล โตโยต้า ฮอนด้า แม้กระทั่งแว่นตาโฮย่า ยังเดือดร้อนไม่มีของขายให้ตลาดโลกตามที่สั่ง เพราะไทยจมน้ำ
พวกเขาสรุปแล้วว่าตลาดหุ้นไทยจะสนองตอบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของโลก (ซึ่งเขามองว่ากำลังถึงจุดต่ำสุดแล้ว) มากกว่าจะผูกกับปัญหาน้ำท่วมที่จะมีผลลบต่อเศรษฐกิจไทยแค่ช่วงหนึ่งเท่านั้น
และปีหน้ารัฐบาลจะใส่เม็ดเงินผลักดันเศรษฐกิจครั้งใหญ่เพื่อให้ฟื้นขึ้นมาจากจุดต่ำๆ ในไตรมาสสุดท้ายปีนี้กับไตรมาสแรกปีหน้า
นี่ขนาดยังไม่พูดถึงผลผลิตข้าวป้อนโลกที่จะลดลงเพราะพื้นที่เพาะปลูกในหลายประเทศจะจมน้ำ ที่จะทำให้ราคาข้าวพุ่งสูง
และที่สำคัญก็คือ เขาฟันธงว่าเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวจากวิกฤติซับไพรม์จนสดใสในเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งยังสามารถโงหัวขึ้นมาจากเหตุการณ์ทางการเมืองอันเลวร้ายได้รวดเร็ว ล้วนเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมั่นคงและความสามารถในการพลิกฟื้นประเทศของคนไทยได้เป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ฐานะทางการเงินการคลังของไทยเราก็ยังแข็งแกร่ง มีธนาคารแห่งประเทศไทยที่ได้รับการยอมรับทั่วโลกในเรื่องความสามารถ ความยืดหยุ่น และความเป็นอิสระจากการเมือง ดังนั้น รัฐบาลจะสามารถระดมทุนหรือกู้ยืมมาฟื้นฟูประเทศได้โดยไม่ทำให้วินัยการคลังเสียหาย
นั่นปะไร ในขณะที่คนไทยว่ายน้ำป๋อมแป๋มบอกกันว่า ”สู้เว้ย” ฝรั่งกลับบอกว่า ซื้อโว้ย”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น