ค้นหาบล็อกนี้

วันจันทร์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2554

วิกฤตอเมริกา ตอนที่ 7


คุณวรวรรณ ธาราภูมิ
CEO บลจ. บัวหลวง

22 ส.ค. 2554

ในตอนที่ 6 เราจบด้วยประโยคว่า  ขณะนี้คนอเมริกันรวมทั้งนักการเมืองยังอยู่ในช่วงปฏิเสธความจริงอยู่  เมื่อความเข้าใจเกิดขึ้นแล้วคนอเมริกันจะโกรธแค้นนักการเมืองขนาดไหน ที่จริงแล้วก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าหากโดนตัดบัตรเครดิตแล้ว คนอเมริกันจะเป็นอย่างไร นึกไม่ออกจริงๆ

เมื่อ 2-3 ปีก่อน มีคนชี้ให้เห็นปัญหาของตลาดที่อยู่อาศัยว่าฟองสบู่จะแตก แต่นักการเมืองกลับปฏิเสธโดยสิ้นเชิง
ลุงเบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ บอกในไม่กี่เดือนก่อนฟองสบู่แตกว่ามีโอกาสน้อยมากที่ราคาอสังหาริมทรัพย์จะตกต่ำลง เราไม่เคยมีปัญหาราคาบ้านตกต่ำทั่วประเทศมาก่อนเลย มันอาจจะชะลอบ้าง บางทีอาจจะทำให้ราคามีเสถียรภาพ แต่ไม่ใช่อะไรที่จะกระทบเศรษฐกิจประเทศได้เลย
นี่ไง ทั้งๆ ที่มีข้อพิสูจน์ที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ลุงเบนก็อยู่ในโหมดเริ่มต้นด้วยการปฏิเสธความจริงว่ามีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นแล้ว

แล้วราคาบ้านก็ถล่มลงทั้งประเทศ คนก็เริ่มโกรธที่เหมือนถูกหลอกลวง และถูกบังคับยึดบ้านไป ต้องไปนอนในรถ หรือกางเต๊นท์นอนในที่สาธารณะ



      
กะอีแค่รักษาราคาบ้านไม่ให้ตกต่ำลงมา ยังทำไม่ได้ แล้วคิดเหรอว่ารัฐบาลจะมีปัญญาไปแก้ไขปัญหาที่ใหญ่กว่านั้น นั่นก็คือการที่เจ้าหนี้จะเลิกให้กู้ หรือที่เรียกว่ายกเลิกเครดิตการ์ด ซึ่งเมื่อเจ้าหนี้พร้อมที่จะทำสักวันหนึ่ง ในอนาคต เขาจะทำด้วยความรวดเร็วยิ่ง จีนในฐานะผู้ให้กู้รายใหญ่ที่สุดของสหรัฐเริ่มลดวงเงินลงทีละน้อยแล้วใน 5 เดือนที่ผ่านมา

คนอเมริกันไม่อยู่ในฐานะที่จะปฏิเสธความจริงได้อีกแล้ว และเมื่อเขาเข้าโหมดแห่งความโกรธแค้น มันก็จะสายไป

 
ในไม่ช้าก็จะเกิดเมืองแรกที่มีการจราจล

คนคงจำกันไม่ได้ หรืออาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าในปี 1982 ประเทศเม็กซิโกก็ตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจถดถอยหรือ Recession ที่รุนแรงที่สุดในรอบ 60 ปี  คนว่างงานพุ่งขึ้นไปถึง 40% เพราะมีการพิมพ์เงินออกมาแก้ปัญหาหนี้ ทำให้ราคาสินค้าและบริการกระฉูดขึ้น 100% ภายในเพียง 5 เดือน แม้กระทั่งน้ำประปายังแพงขึ้นเท่าตัว และรัฐบาลก็ประกาศให้การแลกเปลี่ยนเงินเปโซกับเงินต่างประเทศเป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย รัฐบาลประกาศห้ามนำเงินเปโซออกนอกประเทศ ซี่งทำไปเพราะรัฐบาลต้องการไม่ให้เงินเปโซออกไปอยู่ในตลาดนานาชาติอันจะทำให้ค่าเงินเปโซตกต่ำลงไปจากระดับอัตราแลกเปลี่ยนจอมปลอมที่รัฐบาลเป็นผู้กำหนด นี่ก็คือที่เราคุ้นๆ กันในชื่อ Capital Control นั่นเอง นอกจากเปโซแล้ว รัฐบาลยังห้ามนำทองคำ แร่เงิน อัญมณีออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนด้วย

เรื่องนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับมาเลเซีย เวเนซุเอลา รัสเซีย และประเทศอื่นๆ มาแล้ว

แล้วมันจะเกิดในสหรัฐไหม ?

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น