คุณวรวรรณ ธาราภูมิ
CEO บลจ. บัวหลวง
19 กันยายน 2554
Nouriel Roubini ผู้มีฉายาว่า Dr. Doom หรือ “ดร.มหาโลกาวินาศ” ให้สัมภาษณ์ล่าสุดเมื่อวานนี้ว่าหมดหวังเรื่องลูกหมูกรีซแล้ว มันถึงเวลาที่เจ้าหมูน้อยจอมซ่าต้องโยนผ้าขาวรับสภาพผิดนัดชำระหนี้ ไม่เบี้ยว ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ได้แล้ว แล้วก็ถึงเวลาที่ต้องเชิญออกไปจากบ้านใหญ่หลังนี้ที่ชื่อว่า EU เสียด้วย
แน่ละ ที่วันหนึ่งพวกพี่ๆ เขาต้องถึงขีดจำกัดความอดทนที่จะอุ้มหมูน้อยเข้ากะเอว ครอบครัวของพวกพี่ๆ ใน EU เขาไม่ยอมทนกับการสุรุ่ยสุร่ายแต่ขี้เกียจทำงานของพวกแกเต็มทนแล้วนะ ไอ้หมูจอมขี้เกียจ ไม่มีใครช่วยอุ้มแกแล้ว สมน้ำหน้า คนอื่นเขาทำงานหนักกว่าจะมั่งมีขึ้นมาได้ แล้วเรื่องอะไรที่แกจะแบมือขอเงินอย่างเดียว แบบนี้ทำนาบนหลังคนนี่หว่า
น้ารู (บินี) บอกว่าหากกรีซยังคงห้อยโหนถ่วงตุ้ม EU ปัญหาของเจ้าลูกหมูตัวนี้ก็จะตามมาหลอกหลอนอีกเป็นระยะๆ แล้วจะทำให้ EU ทั้งกลุ่มเจอกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ (Depression) กับภาวะเงินฝืด (Deflation) ไปเป็นหลายๆ ปี ซึ่งต่อให้ปรับโครงสร้างหนี้ ลดหนี้ ฯลฯ ยังไง กรีซก็ไม่รอดแล้ว เพราะกรีซไม่สามารถแข่งขันกับใครได้ภายในกลุ่ม EU และเศรษฐกิจกรีซก็จะไม่สามารถโตได้เลย เพราะแข่งกับคนอื่นไม่ไหว ดังนั้น ทางเดียวที่จะทำได้ก็คือทำให้ค่าเงินอ่อนลง ซึ่งทำไม่ได้หากยังอยู่ในกลุ่ม EU
ใช่สิ เพราะการอยู่ในระบบ EU ด้วยกัน ใช้เงินสกุลเดียวกันในขณะที่ตัวเองอ่อนแอกว่าคนอื่นเขา มันก็เหมือนจับคนขาพิการไปวิ่งบนสายพานนั่นแหละ ไปไม่ไหว
หากไม่ได้ใช้สกุลเงินเดียวกันแล้ว กรีกยังลดค่าเงินตัวเองเหมือนที่ไทยเคยทำได้ในช่วงต้มยำกุ้ง ทำให้ข้าวของของเราขายได้ในราคาถูกลงเนื่องจากลดค่าเงิน ซึ่งของไทยนั้น ทำไปไม่นานก็ฟื้นขึ้นมาได้อย่างน่าชื่นชมในความฮึดสู้ของนักธุรกิจไทยทั้งหลาย ช่างน่าอัศจรรย์ใจจริงๆ
นี่ละ ที่เขาว่า นักธุรกิจสร้างชาติ ในขณะที่นักการเมือง ....... ชาติ (เติมกันเองตามอัธยาศัยนะคะ ..... ฮี้วววววว)
ความจริงไอ้การชักดาบเนี่ยะ รัฐบาลบางประเทศก็ทำกันมาหลายครั้งแล้วในอดีต ไม่ว่าจะกรีซ สเปน หรืออาร์เจนตินา ฯลฯ เขาเรียกกันว่า Debt Moratorium ซึ่งแปลว่า เลื่อนชำระหนี้
ภาษาชาวบ้านเราเรียกว่า ผลัดหนี้ นั่นแหละ
นึกถึงนิยายไทยๆ ที่ชอบพล็อตเรื่องว่า พ่อแม่เป็นสิงห์พนันตัวยง มีหนี้พนันท่วมหัว ต้องเอาลูกสาวไปใช้หนี้มาเฟียเจ้าของบ่อน แล้วก็ต้องมีการข่มขืนกัน ทั้งๆ ที่พระเอกแสนหล่อ
เรื่องแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้ เพราะหากหล่อขนาดที่บรรยาย ลูกหนี้น่าจะข่มขืนเจ้าหนี้มากกว่า
มีคนถามว่าทำไมกรีซไม่เอาวิหารพาธินอนไปขายใช้หนี้ล่ะ
อืม ... เข้าใจคิด คงคล้ายๆ เทศบาลท้องถิ่นในอเมริกาเอาสัมปทานที่จอดรถแบบหยอดเหรียญไปขายให้พวก Wall Street กับ พวกเศรษฐีตะวันออกกลางเพื่อหาเงินเข้าเทศบาลนั่นแหละ
เป็นแนวคิดที่ดีทีเดียว เอาสมบัติที่มีไปขายซะ เพราะหากไม่ทำก็ไม่มีวันฟื้น
จะขายหรือให้เช่าวิหารต่างๆ ขายกิจการรัฐวิสาหกิจ โรงไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ฯลฯ ขายให้หมดจนหมดหนี้ เลย ใช้วิธีให้เช่าสัมปทานระยะยาวก็ได้
ยังไงๆ ก็ดีกว่าจมหนี้ตาย
น้ารู (บินี) แนะนำให้กรีซประกาศหยุดชำระหนี้คืนชั่วคราว ทันที แล้วออกจาก EU ไปซะ เพื่อไม่ต้องตายยกเข่งอียู
แน่ละ จะต้องเกิดการแตกตื่นกันครั้งใหญ่ในระบบการเงิน ทุกคนจะแห่แหนกันไปถอนเงินออกจากกองทุน ออกจากธนาคาร และออกจากทุกอย่างที่มีกับกรีซ ซึ่งนั่นก็เป็นปฏิกิริยาของคนที่ต้องเอาตัวรอดในยามไฟไหม้ และน่าจะเกิดไม่เฉพาะที่กรีซเท่านั้น
แน่นอน อาการนี้มันจะลุกลามไปทั่ว
แต่จะลามมาก ลามน้อย ขึ้นอยู่กับความมั่นใจของคนที่มีต่อประเทศนั้นๆ
มาดูตารางนี้กัน มันแสดงตัวอย่างของธนาคารในยุโรปที่มีการปล่อยกู้และซื้อพันธบัตรกลุ่มลูกหมู (PIISG .. Protugal , Italy , Ireland , Greece และ Spain ) โดยเปอร์เซ็นต์ที่แสดงนั้นเขาเอาตัวเลขยอดหนี้กลุ่ม PIIGS ที่แต่ละธนาคารมีอยู่ เอามาหารด้วยทุนของธนาคารนั้น
Source: EBA Stress Tests | |
Banks | % Exposure to Common Equity |
Royal Bank of Scotland Group ( | 175% |
Landesbank | 179% |
Barclays ( | 189% |
Landesbank Baden-Württemberg (Germany) | 230% |
DZ Bank ( | 239% |
KBC Bank ( | 247% |
Credit Agricole (France) | 293% |
Deutsche Bank ( | 327% |
BNP Paribas (France) | 358% |
Commerzbank ( | 462% |
Dexia ( | 552% |
Banco | 953% |
Unicredit ( | 1070% |
Bank of | 1385% |
BBVA ( | 1566% |
EFG Eurobank Ergasias ( | 1601% |
Intesa Sanpaolo Group ( | 1638% |
Banco Popular Español ( | 1927% |
Banca MPS ( | 4666% |
Allied Irish Banks ( | 33352% |
ตัวอย่างเช่น Credit Agricole (France) มีสัดส่วนถึง 293% แปลว่าธนาคารปล่อยกู้ให้กลุ่ม PIIGS ไป 293 ยูโร ในขณะที่มีทุน 100 ยูโร แสดงว่าส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดรองรับหนี้กลุ่ม PIGGS ที่ปล่อยกู้ไม่ครบ หากหนี้พวกนี้เกิดชักดาบขึ้นมาละก็
..... แถ่น แทน แท้น ..... บุ๋ง บุ๋ง .... จ๋อม .... (คิดอะไรอยู่ .... รู้นะ)
ถึงจะเพิ่มทุน ใครหน้าไหนจะกล้าเอาเงินไปใส่ตอนนี้ นอกจากรัฐบาลเอาเงินภาษีประชาชนไปอุ้มตามสูตรสำเร็จที่แหกคอกทุนนิยมเสรี ซึ่งเป็นการบิดเบือนกลไกตลาดแบบทุนนิยม
ดังนั้น ทั้งกรีซ ยูโร และทุกประเทศที่เกี่ยวข้องกับ PIGGS และธนาคารในตาราง ต้องมีมาตรการป้องกันคนฝากเงินแห่กันถอนเงิน ไม่อย่างนั้นจะพินาศทั้งระบบเลย
ตัวอย่างมาตรการในอดีตของประเทศที่มีการชักดาบก็คือ อาร์เจนตินา
อย่างเท่ห์เลย อาร์เจนตินา ใช้วิธี Freeze เงินฝาก ไม่ให้ใครถอนออก !!!!
แล้วยังเพิ่มโปรโมชั่นนาทีทองด้วยมาตรการ Capital Control นั่นก็คือควบคุมการนำเงินหรืออื่นๆ เช่น ทองคำ ออกนอกประเทศอีกด้วย นี่คือตัวอย่างของคำว่า “บูรณาการ”
ใช่แล้ว ผลกระทบของมาตรการชักดาบของ อาร์เจนตินา ทำให้เกิดระส่ำระส่ายไปทั้งระบบ แต่เงินไม่ไหลออกไปไหน โดนแช่แข็งอยู่ในธนาคารและในประเทศ
แม้ว่าราคาสินทรัพย์กับหลักประกันต่างๆ จะลดลงฮวบฮาบ ความเสียหายจะเกิดขึ้นไปทั่ว แต่สถานการณ์ต่างๆ ยังควบคุมได้ และสามารถจำกัดวงความเสียหาย
แล้วพระเอกเจ้าเก่า บทเก่าๆ ก็จะเข้ามาเป็นซุปเปอร์แมน นั่นก็คือ รัฐและธนาคารกลางก็เข้าไปเพิ่มทุนโดยเอาเงินซื้อหุ้นของธนาคารเหล่านั้น
แม้ว่าการใส่เงินเข้าไปช่วยอุ้มแบงค์เป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะหรือหนี้ภาครัฐของประเทศเข้าไปอีก แต่แนวคิดแบบนี้มักได้รับการสนับสนุนถ้าหากว่าการยอมโยนผ้าขาวไม่จ่ายคืนหนี้ชั่วคราวนั้นทำให้เจ้าหนี้ยอมลดหนี้ให้มากๆ
ผู้สนับสนุนมองว่าลดหนี้แล้วทำให้ลูกหนี้มีจ่าย ย่อมเหมือนกับ กำขี้ย่อมดีกว่ากำตด นั่นแล เพราะการมีกากๆ ในมือ ย่อมดีกว่ามีแต่อากาศ แม้จะเหม็นพอกันก็เหอะ
แต่มองที่ตารางข้างต้นอีกที ก็เสียวๆ ว่าประเทศอื่นๆ ในกลุ่มยูโร จะกล้าปล่อยให้กรีซโยนผ้าขาวไหม
และเมื่อวันก่อน น้ารู (บินี) ก็ออกมาประกาศเสียงแจ้วๆ ว่า
“(ขอแสดงความยินดีด้วย ชาวอเมริกันที่รัก) เรากำลังเข้าสู่ Recession แล้ว ไม่เชื่อก็ดูตัวเลขจ้างงานในเดือนสิงหาคมนี้สิ มันเป็น 0 ไม่มีเพิ่มเลย ยอดขายปลีกก็เป็น 0 ไม่ขยายสักนิด และเชื่อได้เลยว่าเดือนกันยายนนี้ก็จะแย่ยิ่งกว่าเดิม”
อาการเศรษฐกิจสหรัฐช่างสมฉายานามของทั่นประธานาธิบดีจริง ที่เขาเรียกว่า President Zero น่ะ
ฮ่าๆๆๆๆ Zer_0_Bama
ใครจะตื่นเต้นตกใจก็ว่ากันไป เพราะพวกเรารู้มานานแล้วว่ามันจะเป็นเช่นนี้ จริงไหม
นอกจากนี้ น้ารู (บินี) ยังบอกด้วยว่า อย่าถามว่าจะเกิด Recession อีกครั้งหรือเปล่า ให้ถามว่า Recession รอบใหม่นี้ เราจะตกบ่วงถลำลึกขนาดไหน น่าจะเหมาะกว่า ซึ่งคำตอบของน้ารู (บินี) ก็คือ มันอยู่ที่นโยบายรัฐ กับสถานการณ์วิกฤติในยูโร
ก็ขอเอาใจช่วยให้ทุกคนในฝั่งตะวันตกรอดพ้นจากทอร์นาโดทางเศรษฐกิจกัน
ส่วนคนไทยอย่างเราก็ควรเอาเป็นตัวอย่างไว้ ทั้งเรื่องการรวมกลุ่ม EU ที่มีข้อเสียมากมาย ไม่น้อยกว่าข้อดี
และจงระวังไว้ว่าการเอาแบบอย่างพวกตะวันตกโดยไม่ยอมใช้หัวคิดตนเองนั้น อาจนำพาความล่มจมมาสู่ประเทศชาติได้เหมือนกัน
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น