ค้นหาบล็อกนี้

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

น้ำมันราคาพุ่ง เพราะคนกลัวยิวจะรบกับอิหร่าน


วรวรรณ ธาราภูมิ
 CEO บลจ. บัวหลวง

8 พฤศจิกายน 2554


ใครจะลักเรือบริจาคไปแปะชื่อคนที่ไม่ได้ช่วยซื้อเรือ แล้วเอาไปรับจ้างพายส่งในหมู่บ้านในสนนราคาเที่ยวละ 100-300 บาทก็ช่างมันแล้ว ประเทศนี้ไม่ใช่ของเราคนเดียว  อาสาสมัครใจดำบางกลุ่มจะเอาเรือบริจาคไปปล้นบ้านชาวบ้านก็ไม่ใช่เรื่องของเราแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอาเพรียวสุดหล่อใส่เสื้อยืดตัวใหม่แปะป้ายโปลิศตัวบักเอ้งไปจัดการเอาเองตามลำบากดีกว่า เพราะเราไม่ได้รับเงินเดือนตำรวจนี่นา จะไปยุ่งกับเขาทำไม

ชีวิตต้องดำเนินต่อไป จะปล่อยให้น้ำท่วมจนเป็นไวรัสกินสมองเกิน 2 สัปดาห์ไม่ได้แล้ว ต้องกลับมาเป็นคนเต็มคนเสียที  

เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบในสหรัฐพุ่งขึ้นมาที่ 115.23 USD ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบ 14 สัปดาห์ ซึ่งเป็นผลจากความตึงเครียดระหว่างคู่กัดดั้งเดิมคือ อิสราเอล และอิหร่าน

หลายปีมาแล้ว เราอาจจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าอิหร่านกำลังสร้างอาวุธนิวเคลียร์  แต่สหรัฐฯ รวมถึงสหประชาชาติ ต่างก็พยายามยับยั้ง ซึ่งไม่สำเร็จเพราะอิหร่านให้เหตุผลว่า อีนี่ฉานพัฒนานิวเคลียร์เพื่อเอาไปผลิตไฟฟ้านะเว้ย แกจะมาห้ามฉานทำไม

คนที่ห้ามก็เลยยังทำอะไรไม่ได้ เพราะเพิ่งมีแผลจากการบุกอิรัค แขวนคอ ซัดดัม ทั้งๆ ที่ยังหาหลักฐานไม่ได้ว่าอิรัคมีการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ตามที่ อีตาบุช กล่าวหา ไอ้ครั้นจะไปบุ่มบ่ามทำอะไรอิหร่านอีก มันก็เลยไม่สะดวกแล้ว  คดีเก่ายังค้างคาอยู่  อิหร่านก็เลยยังลอยลำ

แต่รายงานของ IAEA (International Atomic Energy Agency ของสหประชาชาติ) ในสัปดาห์นี้ ฟันธงแข่งกับหมอลักษณ์ออกมาเลยว่า อิหร่านมีองค์ประกอบพร้อมแล้วที่จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์ออกมา แค่รอจะกดปุ่มสั่งผลิตออกมาเท่านั้น

อู้ว ..... น่ากลัวมาก อยากได้สักดอกแถวๆ นี้

IAEA รายงานเรื่องนี้ในสัมมนาลับระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ พร้อมโชว์เอกสารหลักฐานชัดเจนไปแล้ว พร้อมระบุว่า อิหร่านใช้เวลาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ขะมักเขม้นศึกษาและทดลองผลิตตัวทำปฏิกิริยานิวเคลียร์อันเป็นอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายที่จะนำไปใส่จรวดพิสัยไกลที่บรรทุกนิวเคลียร์ไปโจมตีเป้าหมาย โดยมีนักวิทยาศาสตร์ชาวโซเวียตเป็นคนให้ความรู้เรื่องนี้แก่อิหร่านมาตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา

IAEA ยืนยันเลยว่า จากหลักฐานทั้งหมด ไม่มีอะไรที่จะบ่งชี้ว่าอิหร่านไม่ได้กำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และ IAEA ตัดสินใจที่จะตีพิมพ์ข้อมูลเปิดโปงออกมาในเร็วๆ นี้แล้ว

แน่ละ ข้อมูลนี้ย่อมทำให้โลกตระหนกไปถึงสงครามนิวเคลียร์ แต่คนที่สะดุ้งที่สุดย่อมไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก อิสราเอล คู่รักคู่แค้นหลายทศวรรษบนดินแดนปาเลสไตน์ เพราะที่ผ่านมานั้นอิหร่านไม่เคยยอมรับว่าอิสราเอลเป็นประเทศหนึ่ง  และอิหร่านยังสนับสนุนเงินทุนให้ กลุ่มกบฏฮามาส และ ฮิสบัลเลาะห์ ให้คอยโจมตีอิสราเอลอยู่เนืองๆ อีกด้วย

เรียกว่าแค้นฝังหุ่น เกลียดคุณฝังใจเลยละ

จะก่อม็อบแบบเมืองไทยแล้วตะโกนว่า ออกไป  ออกไป  ก็ไม่ได้ผล และไม่ใช่รสนิยมของเขา

Mahmoud Ahmadinejad ประธานาธิบดีอิหร่าน ก็เคยพูดในที่สาธารณะ ประกาศไปโต้งๆ เลยหลายครั้ง ว่า อิสราเอล ต้องถูกกำจัดออกไปจากแผนที่ซะที


เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็เลยมีนักวิเคราะห์หลายรายออกมาทำนายว่า หาก IAEA ออกรายงานมา อิสราเอลก็จะโจมตีฐานผลิตนิวเคลียร์ของอิหร่านแน่นอน

สิ้นเสียงก็สิ้นสั่ง ราคาน้ำมันก็เลยพุ่งปรี๊ด เร็วพอๆ กับระดับน้ำที่ปทุมธานี

เพราะหากรบกัน ตลาดน้ำมันก็จะถูกกระทบโดยตรงเนื่องจากอิหร่านเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก  การผลิตและส่งออกน้ำมันจะสะเทือน และจะนำไปสู่การปิด ช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นประตูส่งออกน้ำมันหลักๆ ของประเทศผลิตน้ำมันในกลุ่ม OPEC รวมไปถึงซาอุดิอาระเบียด้วย

แต่บางคนก็บอกว่าเป็นไปได้ยากที่จะรบกัน เพราะอิสราเอลไม่มีจรวดพิสัยไกลพอที่จะส่งไปทำลายแหล่งผลิตนิวเคลียร์ในอิหร่านที่กระจายอยู่ในหลายๆ แห่ง ดังนั้น อิสราเอลจึงน่าจะกดดันสหประชาชาติและทาสส่วนตัวคือสหรัฐอเมริกาให้แซงชั่นอิหร่านมากกว่า

อืม .... แซงชั่นคนมีกะตังค์นี่นะ

คิดผิด คิดใหม่ ได้นะเพ่


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น