วรวรรณ ธาราภูมิ
CEO บลจ. บัวหลวง
8 พฤศจิกายน 2554
ใครจะลักเรือบริจาคไปแปะชื่อคนที่ไม่ได้ช่วยซื้อเรือ แล้วเอาไปรับจ้างพายส่งในหมู่บ้านในสนนราคาเที่ยวละ 100-300 บาทก็ช่างมันแล้ว ประเทศนี้ไม่ใช่ของเราคนเดียว อาสาสมัครใจดำบางกลุ่มจะเอาเรือบริจาคไปปล้นบ้านชาวบ้านก็ไม่ใช่เรื่องของเราแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของอาเพรียวสุดหล่อใส่เสื้อยืดตัวใหม่แปะป้ายโปลิศตัวบักเอ้งไปจัดการเอาเองตามลำบากดีกว่า เพราะเราไม่ได้รับเงินเดือนตำรวจนี่นา จะไปยุ่งกับเขาทำไม
ชีวิตต้องดำเนินต่อไป จะปล่อยให้น้ำท่วมจนเป็นไวรัสกินสมองเกิน 2 สัปดาห์ไม่ได้แล้ว ต้องกลับมาเป็นคนเต็มคนเสียที
เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ราคาน้ำมันดิบในสหรัฐพุ่งขึ้นมาที่ 115.23 USD ต่อบาร์เรล สูงสุดในรอบ 14 สัปดาห์ ซึ่งเป็นผลจากความตึงเครียดระหว่างคู่กัดดั้งเดิมคือ อิสราเอล และอิหร่าน
หลายปีมาแล้ว เราอาจจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าอิหร่านกำลังสร้างอาวุธนิวเคลียร์ แต่สหรัฐฯ รวมถึงสหประชาชาติ ต่างก็พยายามยับยั้ง ซึ่งไม่สำเร็จเพราะอิหร่านให้เหตุผลว่า “อีนี่ฉานพัฒนานิวเคลียร์เพื่อเอาไปผลิตไฟฟ้านะเว้ย แกจะมาห้ามฉานทำไม”
คนที่ห้ามก็เลยยังทำอะไรไม่ได้ เพราะเพิ่งมีแผลจากการบุกอิรัค แขวนคอ ซัดดัม ทั้งๆ ที่ยังหาหลักฐานไม่ได้ว่าอิรัคมีการสะสมอาวุธนิวเคลียร์ตามที่ อีตาบุช กล่าวหา ไอ้ครั้นจะไปบุ่มบ่ามทำอะไรอิหร่านอีก มันก็เลยไม่สะดวกแล้ว คดีเก่ายังค้างคาอยู่ อิหร่านก็เลยยังลอยลำ
แต่รายงานของ IAEA (International Atomic Energy Agency ของสหประชาชาติ) ในสัปดาห์นี้ ฟันธงแข่งกับหมอลักษณ์ออกมาเลยว่า อิหร่านมีองค์ประกอบพร้อมแล้วที่จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์ออกมา แค่รอจะกดปุ่มสั่งผลิตออกมาเท่านั้น
อู้ว ..... น่ากลัวมาก อยากได้สักดอกแถวๆ นี้
IAEA รายงานเรื่องนี้ในสัมมนาลับระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์นิวเคลียร์ พร้อมโชว์เอกสารหลักฐานชัดเจนไปแล้ว พร้อมระบุว่า อิหร่านใช้เวลาในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ขะมักเขม้นศึกษาและทดลองผลิตตัวทำปฏิกิริยานิวเคลียร์อันเป็นอุปกรณ์ชิ้นสุดท้ายที่จะนำไปใส่จรวดพิสัยไกลที่บรรทุกนิวเคลียร์ไปโจมตีเป้าหมาย โดยมีนักวิทยาศาสตร์ชาวโซเวียตเป็นคนให้ความรู้เรื่องนี้แก่อิหร่านมาตลอดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
IAEA ยืนยันเลยว่า จากหลักฐานทั้งหมด ไม่มีอะไรที่จะบ่งชี้ว่าอิหร่านไม่ได้กำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ และ IAEA ตัดสินใจที่จะตีพิมพ์ข้อมูลเปิดโปงออกมาในเร็วๆ นี้แล้ว
แน่ละ ข้อมูลนี้ย่อมทำให้โลกตระหนกไปถึงสงครามนิวเคลียร์ แต่คนที่สะดุ้งที่สุดย่อมไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก อิสราเอล คู่รักคู่แค้นหลายทศวรรษบนดินแดนปาเลสไตน์ เพราะที่ผ่านมานั้นอิหร่านไม่เคยยอมรับว่าอิสราเอลเป็นประเทศหนึ่ง และอิหร่านยังสนับสนุนเงินทุนให้ กลุ่มกบฏฮามาส และ ฮิสบัลเลาะห์ ให้คอยโจมตีอิสราเอลอยู่เนืองๆ อีกด้วย
เรียกว่าแค้นฝังหุ่น เกลียดคุณฝังใจเลยละ
จะก่อม็อบแบบเมืองไทยแล้วตะโกนว่า ออกไป ออกไป ก็ไม่ได้ผล และไม่ใช่รสนิยมของเขา
Mahmoud Ahmadinejad ประธานาธิบดีอิหร่าน ก็เคยพูดในที่สาธารณะ ประกาศไปโต้งๆ เลยหลายครั้ง ว่า “อิสราเอล ต้องถูกกำจัดออกไปจากแผนที่ซะที”
เมื่อเป็นอย่างนี้ ก็เลยมีนักวิเคราะห์หลายรายออกมาทำนายว่า “หาก IAEA ออกรายงานมา อิสราเอลก็จะโจมตีฐานผลิตนิวเคลียร์ของอิหร่านแน่นอน”
สิ้นเสียงก็สิ้นสั่ง ราคาน้ำมันก็เลยพุ่งปรี๊ด เร็วพอๆ กับระดับน้ำที่ปทุมธานี
เพราะหากรบกัน ตลาดน้ำมันก็จะถูกกระทบโดยตรงเนื่องจากอิหร่านเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันดิบรายใหญ่อันดับ 4 ของโลก การผลิตและส่งออกน้ำมันจะสะเทือน และจะนำไปสู่การปิด ช่องแคบฮอร์มุส ซึ่งเป็นประตูส่งออกน้ำมันหลักๆ ของประเทศผลิตน้ำมันในกลุ่ม OPEC รวมไปถึงซาอุดิอาระเบียด้วย
แต่บางคนก็บอกว่าเป็นไปได้ยากที่จะรบกัน เพราะอิสราเอลไม่มีจรวดพิสัยไกลพอที่จะส่งไปทำลายแหล่งผลิตนิวเคลียร์ในอิหร่านที่กระจายอยู่ในหลายๆ แห่ง ดังนั้น อิสราเอลจึงน่าจะกดดันสหประชาชาติและทาสส่วนตัวคือสหรัฐอเมริกาให้แซงชั่นอิหร่านมากกว่า
อืม .... แซงชั่นคนมีกะตังค์นี่นะ
คิดผิด คิดใหม่ ได้นะเพ่
คิดผิด คิดใหม่ ได้นะเพ่
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น