คุณวรวรรณ ธาราภูมิ
CEO บลจ. บัวหลวง
21 พฤศจิกายน 2554
มันก็ตลกดีที่ทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ข่าวต่างประเทศจะโฟกัสไปที่ยุโรป แต่ก็งั้นแหละ เพราะสื่อมักจะกระโดดเกาะติดข่าวอะไรสักอย่างและควบเล่นจนกว่าข่าวนั้นคนจะไม่สนใจแล้ว
ข่าวน้ำท่วมก็เหมือนกัน มาถึงจุดหนึ่งคนจะเบื่อหน่าย ตอนนี้ก็เลยหันไปเล่นข่าวอภัยโทษ คนต่อต้าน คนหนับหนุน ม็อบจะตีกันไหม ฯลฯ
ก็อยากรู้เหมือนกันว่าพุธนี้สื่อต่างประเทศจะกระโดดไปเล่นข่าวในอเมริกาเรื่อง Debt Super Committee ที่ถึงวันครบกำหนดวางแผนงบประมาณจัดการหนี้หรือเปล่า
ข่าวต่างประเทศในวันก่อนๆ กระหึ่มไปด้วยคำถามที่ว่าธนาคารกลางยุโรป (ECB- European Central bank) จะมีบทบาทแบบธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ของลุงเบน หรือไม่ ซึ่งตลาดก็ให้รางวัลกับข่าวนี้ด้วยการทำให้เงินยูโรแข็งขึ้น เพราะตลาดได้ข่าวมาว่า ECB เข้าซื้อพันธบัตรอิตาลีกับสเปนในสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรลดลง จะได้ช่วยให้อิตาลีกับสเปน จ่ายดอกเบี้ยได้ถูกลง
มันอาจจะดีก็ได้ถ้า ECB จะกลายเป็น FED แต่เราไม่ใช่แฟนคลับของธนาคารกลางที่ทำตนเป็นผู้ช่วยเรื่องหนี้สินของรัฐ และชอบแอบด่าในใจทุกครั้งที่ธนาคารกลางกระโดดเข้าไปยุ่งเรื่องพวกนี้ ดังนั้น การกระทำของ ECB ที่นักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำหนับหนุนจึงเป็นสิ่งที่เราผิดหวังอย่างยิ่ง จากเดิมที่ ECB ลดค่าเงินตัวเองด้วยการกดอัตราดอกเบี้ยยูโรให้ต่ำ แล้วตอนนี้ก็ยังมาช่วยไล่ซื้อพันธบัตร
แต่ก็เป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไม ECB ต้องทำอย่างนั้น
ก็เพราะหลังติดกำแพงแล้วน่ะสิ ไม่งั้นจะทำไปทำไมในเมื่อมันมีแต่เสียกับเสีย เมื่อใจไม่ถึงจึงต้องซื้อเวลาไปเรื่อยๆ
เมื่อสองสามวันก่อน อีตา Dudley ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขานิวยอร์ค พูดเกี่ยวกับเศรษฐกิจว่า
“ผมไม่ (แฮป) ปี้เอามากๆ”
เออ จะปี้มาก ปี้น้อย ก็เรื่องของแก มาบอกทำไมว้า
“เอ้า ที่บอกก็เพราะผมห่วงตัวเลขอัตราว่างงานที่ยังคงสูงและยาวนานตามที่ประมาณการไว้ไง แต่ผมจะทบทวนว่าเราจะทำอะไรได้เพิ่มอีกเพื่อช่วยเรื่องนี้หากต้นทุนมันต่ำกว่าผลดีที่จะได้รับ แต่ถ้าเราต้องช่วยซื้อสินทรัพย์จากแบงค์อีก มันก็น่าจะเหมาะสมกว่าถ้าเราทำมันในรูปแบบของ Mortgage-Backed Securities”
คำว่า Mortgage-Backed Securities เนี่ยะ ภาษาไทยเขาแปลว่า การแปลงสินทรัพย์ให้เป็นหลักทรัพย์ แต่ภาษาคนน่าจะใช้ว่าอะไรดีก็ไม่รู้ หากจะให้เข้าใจมากขึ้นอีกนิดหน่อย มันต้องอธิบายยืดยาวว่า เป็นการแปลงสินทรัพย์ของแบงค์ซึ่งก็คือสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้เป็นหลักทรัพย์ เพื่อเอาไปขายในตลาดรองโดยมีที่อยู่อาศัยเป็นตัวค้ำประกันในการออกหลักทรัพย์ โอย ... ยาวจนปวดหัวไหมล่ะ อยากรู้เพิ่มให้ไปเปิดหาเองในกูเกิ้ล เอามาเขียนมันจะยาวเกิน
เรียน คุณ Dudley ที่ไม่รัก แต่จำต้องนับถือ
ในเมื่อการซื้อสินทรัพย์ไป 2 รอบ ซึ่งก็คือการผ่อนคลายปริมาณเงินหรือ QE มันไม่ได้ช่วยอะไรเลยในเรื่องการจ้างงานเพิ่ม แล้วทำไมการทำ QE รอบ 3 มันจะช่วยได้ ต้นทุนของการทำ QE ต่อผู้เสียภาษีด้วยการว่างงานสูงๆ มา 3 ปีนี้มันยังไม่สูงพอเรอะ คุณ Dudley รู้ไหมว่ามันหลอนคนอเมริกันมากขนาดไหนไอ้เรื่อง QE นี่น่ะ
โปรดหุบปากเรื่อง QE ไปเลย ไม่ว่าจะใช้ชื่ออะไรก็ตามที
ด้วยความเคารพตามธรรมเนียม
ลงชื่อ VT
ตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประจำบ้านที่ไม่ต้องเลือกตั้ง
ป.ล. ชั้นเสียภาษีเต็มๆ ทุกปีนะยะ ไม่เคยเลี่ยงเลย รู้ไว้ซะด้วยอีตาบ้า
แหม เกือบลืมไป ต้องหันไปดูหลินปิงสักหน่อย
จีนยังคงเดินหน้าในทุกทางที่จะทำให้เงินหยวนเป็นที่ยอมรับในนานาชาติ และภายใน 10 ปี เงินหยวนจะเป็นสกุลเงินหลักอีกสกุลหนึ่งของทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของนานาชาติ
อาฮะ ไม่มีอะไรใหม่ ไม่ใช่ข่าวใหม่ แม้จะเพิ่งลงใน Financial Times ก็ตาม
James Bullard ประธานธนาคารกลางสหรัฐสาขา St.Louis บอกในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ว่า เขาเชื่อว่านักธุรกิจสหรัฐและผู้ลงทุนกำลังสนใจลงทุนในเอเชียแทนยุโรป
โห ข่าวใหม่หรือนี่ หากลุงมาร์ค ฟาเบอร์ กับ อาจิม โรเจอร์ เห็นข่าวนี้ต้องขำน้ำตาเล็ดเลย
เลี้ยวไปดูตัวเลขบ่งชี้เศรษฐกิจอเมริกากันหน่อย
ช่วงที่ผ่านมานี้ดัชนีชี้นำภาวะทางเศรษฐกิจบางตัวดูจะกระเตื้องขึ้นบ้าง ซึ่งน่าจะมาจากการพิมพ์แบงค์ที่ทำไปแล้วและเริ่มส่งผล แต่ถ้ามันได้ผลดีจริง เงินเฟ้อก็จะเพิ่ม แล้ว FED ก็จะหาเหตุผลมาพิมพ์ดอลลาร์เพิ่มเงินอีดฉีดเข้าระบบอีกไม่ได้แล้ว เพราะจะยิ่งทำให้เงินเฟ้อสูงไปกันใหญ่
ณ จุดนี้เรียกว่าอเมริกาไม่ได้แย่ลง แต่ก็ยังไม่ใช่ว่าจะดีขึ้น
ที่น่าสนใจติดตามอย่างยิ่งต่อไปนี้ในเรื่องยุโรปก็คือการที่คุณป้าแองจี้ (Angela Merkel นายกรัฐมนตรีเยอรมนี) โหวตยอมให้ใครจะออกจากกลุ่มยูโรก็ได้ โดยจะไม่มีการบังคับ
เรื่องนี้ยังไม่ Final เราจึงต้องติดตามดู เรายังไม่รู้คุณป้าคิดอะไรอยู่ ไม่รู้ว่า ECB จะเดินหน้าอย่างไรอีกไหมในการทำตัวแปลงร่างเป็น FED เข้าไปทุกวัน แต่ที่รู้ก็คือมีความพยายามอย่างยิ่งที่จะให้ยูโรไม่รวมเฉพาะเงินสกุลเดียวกัน แต่ต้องรวมเศรษฐกิจด้วยกันทั้งหมดโดยให้มีศูนย์กลางเดียวที่มีอำนาจตัดสินใจเบ็ดเสร็จ
เชอะ ฝันไปเหอะ
จบท้ายด้วยการระลึกได้ว่า ลุงเบน เบอร์นานเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (FED) เคยโวยวายในปีก่อนที่ Jekyll Island จนเราเกือบจะตกเก้าอี้มาแล้ว ว่า
“QE มันก็แค่นโยบายการเงินเท่านั้นแหละ”
โอ ลุงเบน มาเข้าฝันอีกแล้วเหรอนี่ พระเจ้าช่วย ลุงแกมองว่าการพิมพ์ดอลลาร์ออกมาซื้อสินทรัพย์เป็นนโยบายการเงิน !!
แล้ว ECB จะคิดอย่างลุงเบนไหมหนอ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น