วรวรรณ ธาราภูมิ
27 พฤศจิกายน 2554
คอร์รัปชั่นหลายกรณีแม้ไม่มีหลักฐาน หรือมีหลักฐานแต่กระบวนการยุติธรรมมาราธอนยาวนานที่สุดในโลกยังไม่จบ แถมคนในกระบวนการยังไม่ทำหน้าที่แบบอ่านหนังสือกลับหัวคือดันไปใช้อำนาจที่มีไปช่วยเหลือคนทำผิดอีก คนทำชั่วได้ดีจึงมีถมไป แถมยังอยู่ในชนชั้นปกครองที่เราหลายคนต้องยกมือไหว้ทั้งๆ ที่ใจรังเกียจเป็นอย่างยิ่ง
คอร์รัปชั่นยังมีอยู่และหนักข้อขึ้นทุกวัน เพราะทำชั่วแล้วได้ดี มีโทษก็จิ๊บๆ แถมยังมีแนวโน้มพวกมากลากไป จะแก้ไขให้ผิดเป็นถูกด้วยการแก้กฏหมายให้การทำผิดไปแล้วนั้นไม่ใช่เรื่องผิด ทั้งๆ ที่ประชาธิปไตยไม่ใช่ว่ามีเสียงข้างมากแล้วจะทำได้ทุกอย่าง มันต้องมีเรื่องธรรมาภิบาลประกอบด้วย จึงจะเป็นประชาธิปไตย ไม่งั้นใครชนะเลือกตั้งเข้ามาก็ยกมือแก้กฏหมายให้พวกตัวที่ทำผิดพ้นโทษด้วยการออกกฏหมายมาล้างความผิด พออีกพวกชนะคะแนนมา ก็ล้างผิดพวกตัวกันอีก เมื่อแนวโน้มเป็นอย่างนี้ ส่วนตัวจึงคิดว่าระบอบประชาธิปไตยไม่เหมาะกับวุฒิภาวะของคนไทย ทั้งยังมีแนวโน้มเลวร้ายขึ้นไปทุกวัน
อย่างไรก็ตาม หากคนดีท้อแท้ ยอมแพ้แก่คนชั่ว ประเทศนี้ก็ไม่น่าอยู่แล้ว การต่อสู้เพื่อความถูกต้องมันใช้เวลา ใช้ความพยายามและความอดทนเป็นอย่างยิ่ง ความลำบากของผู้ต่อสู้เพื่อความถูกต้องคือหลายคนที่เป็นลูกจ้างยังไม่มีอิสระภาพทางการเงิน ต่อสู้ไปก็กลัวตกงานเพราะเจ้าของกิจการเขากลัวอำนาจมืด ตกงานแล้วหางานใหม่ก็ลำบาก แล้วจะเลี้ยงดูลูกเมียอย่างไร
มันเป็นเรื่องตลกที่น่าเศร้าใจที่ทุกรัฐบาลต้องออกมาพูดเรื่องปราบคอร์รัปชั่น แต่มันก็เกิดในทุกรัฐบาล
ย้อนกลับไปดูซิว่ามีรัฐบาลไหนบ้างที่ไม่เคยเกิดกรณีคอร์รัปชั่น
ย้อนกลับไปดูซิว่ามีข้าราชการ นักการเมืองกี่คน ที่คอร์รัปชั่นแล้วตอนนี้โดนลงโทษจริงๆ
ก็เห็นยังหน้าด้านมาให้กราบไหว้กันอยู่นั่นแหละ
แล้วมันมืดมนไปหมดแล้วหรือ ?
ไม่หรอก มันไม่ถึงขนาดนั้น เพราะยังมีผู้กล้า ผู้รักในความสุจริตเป็นธรรม และรักประเทศชาติจำนวนไม่น้อยที่รังเกียจเรื่องนี้ มันถึงมีการก่อตั้งเครือข่ายภาคีต่อต้านคอร์รัปชั่นขึ้นมา โดยในช่วงที่ คุณดุสิต กับ คุณชาญชัย ยังมีชีวิตอยู่นั้น ทั้ง 2 ท่านทำได้ดีมาก เรียกได้ว่าเป็นแสงสว่างของความดีเลยทีเดียว แต่ตอนนี้ดูเหมือนผู้นำองค์กรภาคีนี้จะยังไม่เคลื่อนไหวเท่าไรนัก มีแต่คนที่เป็นปัจเจกบุคคลเท่านั้นที่ออกมาร้องเรื่องคอร์รัปชั่นกันบ้าง
เรื่องแบบนี้ความสำเร็จจะเกิดขึ้นได้ก็อยู่ที่ผู้นำองค์กร อยากให้ทำหน้าที่ให้สมกับปณิธานที่ตั้งไว้ และทำหน้าที่อย่างมีกระบวนการ ไม่ใช่แค่ออกมาเดินขบวนถือป้ายแล้วก็เอาไปลงข่าว ลง Social Media แล้วก็จบ กลับบ้าน ไปทำมาหากินกันต่อ ก็ทำมาหากินกับพวกข้าราชการและนักการเมืองนั่นแหละ
การที่ภาคตลาดทุนร่วมมือกันต้านคอรัปชั่น มันจะเสียเปล่าหรือไม่นั้น มันขึ้นกับผู้นำในองค์กรตลาดทุนในแต่ละบริษัทและขึ้นอยู่กับผู้กำกับตลาดทุนด้วยว่ากล้าพอจะออกมาแสดงความเห็นต่อสาธารณะไหมในกรณีคอร์รัปชั่นที่พบเห็น ไม่ใช่ทุกคน Play Safe แล้วทิ้งภาระให้คนอื่นเพราะไม่กล้าหาญ เพราะการออกมาแสดงจุดยืนมันมีหลายวิธีที่ไม่ทำให้ต้องโดนฟ้องในกรณีที่หลักฐานยังไม่ปรากฏชัด แต่ท่านต้องปลุกความกล้า ความรักในความดีที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวท่าน แล้วออกมายืนแถวหน้ากับเราด้วย ไม่งั้นก็จบ
สิ่งเหล่านี้ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากหากจริงใจที่จะทำ ไม่ใช่ทำเพียง Window Dressing โดยให้มีข้อความแปะในรายงานประจำปีของบริษัทเฉยๆ ว่าต่อต้านคอร์รัปชั่น แต่ถึงเวลาก็เงียบไว้เพราะไม่อยากมีเรื่อง
หากนักธุรกิจขาดเขลา หรือโลภอยากได้งานจากราชการแต่ความสามารถในการแข่งขั้นซี่งๆ หน้าไม่มี เลยคิดว่าไม่มีเรื่องดีที่สุด เดี๋ยวทำมาหากินลำบาก มันก็ไม่มีทางแล้ว เพราะคนอื่นๆ ที่พยายามต่อสู้เพื่ออนาคตประเทศที่ดีกว่าก็จะรู้สึกเหนื่อยเปล่าที่จะทำนะคะ
หากนักธุรกิจขาดเขลา หรือโลภอยากได้งานจากราชการแต่ความสามารถในการแข่งขั้นซี่งๆ หน้าไม่มี เลยคิดว่าไม่มีเรื่องดีที่สุด เดี๋ยวทำมาหากินลำบาก มันก็ไม่มีทางแล้ว เพราะคนอื่นๆ ที่พยายามต่อสู้เพื่ออนาคตประเทศที่ดีกว่าก็จะรู้สึกเหนื่อยเปล่าที่จะทำนะคะ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
หมายเหตุ: มีเพียงสมาชิกของบล็อกนี้เท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น